<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.8.4" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ZapaLanna.com</title>
	<link>http://www.zapalanna.com/blog</link>
	<description>Adventure by Travel in Chiang Mai to touch culture and buy cheap products.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Jun 2010 08:41:58 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>th</language>
	
	<item>
		<title>เห็ดถอบ</title>
		<description>[caption id="" align="alignleft" width="300" caption="เห็ดถอบ"][/caption]

ประมาณ เดือนพฤษภาคม เมื่อมีฝนตก ลมไม่พัด อากาศร้อนชื้น ร้อนรอบอบอ้าว จะมีเห็ดป่าชนิดหนึ่งเกิดขึ้น เรียกว่า เห็ดถอบ บางทีก็ว่า เห็ดเผาะ เห็ดเหียง เห็ดหนัง เห็ดดอกดิน เป็นต้น

ชาวบ้านเล่าว่าถ้าปีไหนที่ฝนตกหัวปี มีพายุฝนฟ้าคะนองแรงและมีลูกเห็บตกมาก ในปีนั้นก็จะทำให้เห็ดถอบออกมาก อาจเป็นเพราะความชื้นที่มีมากพอหรือเหตุปัจจัยอื่นๆ ที่พอดีที่ทำให้เห็ดออกมากในปีนั้นเห็ดถอบ จะขึ้นตามโคนต้นไม้ในป่า หรือบริเวณที่เป็นป่าโปร่งตามพุ่มต้นเหียงต้นตึง (ไม้พลวง) ที่มีใบไม้หล่นทับถมกัน ทำให้บริเวณนั้นมีอากาศอับชื้นและอ้าว เป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้เชื้อเห็ดถอบเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ เห็ดถอบยังชอบขึ้นตามพื้นดินที่อยู่ใต้โคนไม้ที่ถูกไฟเผา เช่น ไม้เต็ง ไม้พะยอม

เห็ดถอบ เป็นอาหารอร่อย หายาก สามารถรับประทานได้ทั้งดิบๆ และทำให้สุกแล้ว ถ้าเป็นเห็ดอ่อนล้างให้สะอาดแล้วรับประทานโดยจิ้มน้ำพริกตาแดง น้ำพริกข่า นอกจากนั้น ยังสามารถนำมาผัดและแกงคั่วใส่หน่อไม้ดอง หรือผัดเฉพาะเห็ดล้วนๆ ก็ได้ ถ้าใช้เห็ดถอบต้มเค็มไม่นิยมหั่นหรือซอยจะต้มทั้งลูก แต่ถ้าแกงหรือผัดจะซอยเป็นชิ้นบางๆ

สมัยเด็ก ๆ ผมเคยขึ้นเขาไปหาเห็บถอบในป่า จำได้ว่า ต้องแต่งกายมิดชิด ทาแป้งที่มีกลิ่นฉุน ...</description>
		<link>http://www.zapalanna.com/blog/?p=338</link>
			</item>
	<item>
		<title>ข้าวถัก ล้านนา</title>
		<description>การถักข้าว
ในสมัยก่อนการถักข้าวจะถักเฉพาะมีงานปอยหลวง  งานบุญต่าง ๆ ซึ่งเป็นความเชื่อว่าเป็นการขอขมาพระแม่โพสพ บูชาแม่ข้าวที่เราได้นำมากิน ข้าวที่จะนำมาถักคือข้าวที่ค้างอยู่บนยุ้งฉาง และจะนำไปให้พระปลุกเสก แล้วจึงนำมาถัก


เส้นด้ายที่ใช้ก็จะใช้ฝ้ายดิบที่ฝั้นเอง และนำมาบูชา  สมัยก่อนจะใช้เหรียญสตางค์โบราณที่มีรูตรงกลาง และนำข้าวมาถักรอบเหรียญ แล้วนำมาประดับครัวทานถวายวัดและบูชาแม่โพสพ ปัจจุบันมีการประยุกต์รูปแบบจากด้วยดิบที่ฟั่นเอง เส้นใหญ่ ก็เปลี่ยนมาเป็นด้ายไหมพรมหลากสีสัน จากเหรียญเงินตรา ก็เปลี่ยนมาเป็นแผ่นดีบุกที่ถูกตีขึ้นรูป เช่น รูปช้างหรือรูปสัตว์ราศีต่าง ๆ โดยแผ่นดีบุกเหล่านี้จะมีขนาด พอ ๆ กับเงินเหรียญแต่วัตถุประสงค์ นอกจากจะนำไปบูชาแล้ว ยังนำไปประดับประดาเพื่อความสวยงามด้วย

ลักษณะของภูมิปัญญา
ในอดีต กระบวนการทำข้าวถักจะใช้วัสดุธรรมชาติ ได้แก่ ข้าวเปลือก เส้นฝ้ายสีขาว หากต้องการสีสันก็นำมาย้อมสีธรรมชาติ และใช้เหรียญที่เรียกว่า สตางค์แดง (มีรูปตรงกลางเหรียญ) ในการถักร้อยเรียงเมล็ดข้าวเปลือกขนาดเมล็ดเท่ากัน จำนวนหลายเมล็ดอย่างเป็นระเบียบด้วยด้าย แล้วนำมาล้อมรอบเหรียญเงินชนิดต่าง ๆ ประกอบกันเป็นต้น  จัดทำเพื่อนำไปถวายวัด เพื่อเป็นพุทธบูชาในโอกาสที่มีงานประเพณีเกิดขึ้นในล้านนา เช่น งานปอยหลวง งานทอดกฐิน งานทอดผ้าป่า เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการถักด้วยสีเหลืองล้อมเหรียญเงิน มักจะนำมาทำเป็นต้นฉัตรทอง ...</description>
		<link>http://www.zapalanna.com/blog/?p=321</link>
			</item>
	<item>
		<title>วัดกู่เต้า (เชียงใหม่)</title>
		<description>[caption id="" align="alignleft" width="320" caption="ref: http://www.photoontour.com"][/caption]

วัดกู่เต้า วัดเก่าแก่ของเชียงใหม่ อีกวัดหนึ่ง ภายในวัดร่มรื่นไปด้วยร่มไม้ เย็นสบาย มีเจดีย์ รูปทรงแปลกตา เป็นรูปวงกลมคล้าย ๆ บาตรพระ ซ้อน ๆ กันอยู่ เป็นชั้น ๆ บางคนก็ว่า เหมือนลูกแตงโมซ้อน ๆ กัน ภาษาล้านนา  หรือ คำเมือง เขาเรียกแตงโม ว่า "บ่าเต้า" ซึ่งก็เหมือนลูก บ่าเต้าซ้อน ๆ กันอยู่  ตรงส่วนใกล้ ๆ ยอด เจดีย์ จะมีกระจก ติดเป็นรูปดอกไม้  ติดรอบ ๆ เป็นศิลปะของพม่า สมัยโบราณมาแล้ว มีโอกาส ได้มาเที่ยวเชียงใหม่ อย่าลืมแวะชม ศิลปะที่หาดูได้ยากนี้ด้วยนะ


ประวัติ และที่ตั้ง ของวัดกู่เต้า
วัด กู่เต้า ตั้งอยู่ตำบลช้างเผือก  ...</description>
		<link>http://www.zapalanna.com/blog/?p=201</link>
			</item>
	<item>
		<title>น้ำต้น หรือ คนโท</title>
		<description>น้ำต้น กำเนิดควบคู่กับแผ่นดินล้านนา มาแต่สมัยปู่ย่าตายาย สมัยก่อน ทุกบ้าน ในห้องรับแขก (เติ๋น) จะมีน้ำต้น ใส่น้ำเย็น ๆ ให้แขกที่มาเยี่ยมเยียน ที่บ้าน น้ำในน้ำต้นจะเย็นโดยไม่ต้องใช้ความเย็นจากตู้เย็น แต่ไม่ได้เย็นขนาดน้ำแข็ง
น้ำต้น ทำจากดินเหนียวปั้น เป็นรูปน้ำต้น แล้วนำไปเผาไฟ อาจะมีการใส่ลวดลายต่าง ๆ ลงไปเพื่อให้สวยงาม น่าซื้อหาเก็บรักษาไว้
แต่ประโยชน์ที่ใช้การอย่างกว้างขวาง ก็คือการใส่น้ำไว้ต้อนรับแขก
น้ำต้น นอกจากจะใส่น้ำไว้ดื่มกินแล้ว ยังใช้ตกแต่งใส่ ดอกไม้ แทนแจกันอีกด้วย สิ่งที่ต้องพูดถึงอีกอย่างหนึ่งก็ คือ น้ำต้น ขนาดเล็ก จะใส่น้ำไว้สำหรับบูชาพระ (หิ้งพระ) ด้วย หรือ บางทีก็ใส่ไว้ตามศาล (หอปู่ย่า) เป็นต้น
ปัจจุบัน น้ำต้นถ้าไม่อยู่ตามร้านอาหารที่อนุรักษ์ ก็อยู่ตามวัด หรือไม่ก็ เป็นของตกแต่งสวน ไปเสียแล้ว

[nggallery id=12] </description>
		<link>http://www.zapalanna.com/blog/?p=199</link>
			</item>
	<item>
		<title>ข้าวหลาม</title>
		<description>ค่ำคืน อันหนาวเหน็บ ของ ฤดูหนาว ในช่วงเดือน ธันวาคม  ชนบทยามนี้ ทางเดียวที่จะลดความหนาวเหน็บของลมหนาวได้ ก็คือ การได้รับไออุ่น จากกองไฟ สิบกว่าปีที่ผ่านมา ภาพของกลุ่มคน หลายคนมาชุมนุมนั่งล้อม กองไฟ  เพื่อผิงไฟ เผาข้าวหลาม และสนทนา เหมือนสภากาแฟ ใกล้จะอันตระธานหายไปตามกาลเวลา เพื่อให้เห็นภาพเก่า ๆ ที่กำลังจะลบเลือนไป เผื่อวันข้างหน้า คนรุ่น ใหม่ ๆ จะไม่รู้จักที่มาที่ไปของข้าวหลาม แบบโบราณ ล้านนา ในช่วงวันหยุดสิ้นปีผมได้มีโอกาส เดินทาง เข้าป่า จึงหยิบกล้อง digital ที่จะบรรยายภาพในอดีิตที่ผมเคยสำผัส ออกมาเป็นภาพ ให้คงอยู่ต่อไป

วันนี้ ผมเดินทางขึ้นเขา เพื่อไปหา ต้นข้าวหลาม เส้นทางผ่าน ป่าหญ้าแห้ง ๆ ขึ้นเขาไป สอง สามลูก ก็ถึงลำห้วย ที่บ้านผมเรียกห้วยนี้ว่า ห้วยน้ำฮาก ...</description>
		<link>http://www.zapalanna.com/blog/?p=197</link>
			</item>
	<item>
		<title>หัวโข่, บ่ากู้</title>
		<description>ช่วงปีใหม่  2550 ได้กลับไปบ้าน หลังจากไม่ได้กลับมาเกือบปี เลยถือโอกาส ถ่ายรูป ของแปลก ๆ ของกินโบราณ ที่นานวัน จะไม่ค่อยเห็นแล้ว
ของกินที่พูดถึงนี้ ก็คือ หัวโข่ (บ้านผมเรียกแบบนี้) บ้างก็ได้ยินเป็น บ่ากู้ หรือ บ่ามู้ แล้วแต่ท้องถิ่นที่เรียกชื่อกันไป เห็นแล้วคิดถึงอุ้ย (คนแก่ ๆ) ที่เคยเอาหมก (กลบด้วยขี้เถ้าร้อน ๆ) ให้กินตอนเด็ก ๆ


หัวโข่ ขยายความ ได้ว่า ลักษณะเป็น หัว คล้าย ๆ หัวมัน คำว่า โข่ หมายถึง ป่าหญ้า หรือที่รก ๆ ทางภาษาเหนือ เรียกว่า ป่าโข่  เจ้าหัวมันชนิดนี้ชอบขึ้นตาม ป่าโข่ ทำให้ได้ชื่อว่า หัวโข่


สีข้างในของหัวโข่ มีสองชนิด คือ สีขาว ...</description>
		<link>http://www.zapalanna.com/blog/?p=219</link>
			</item>
	<item>
		<title>น้ำตกหมอกฟ้า (เชียงใหม่)</title>
		<description>[caption id="" align="alignleft" width="300" caption="Mok Fa Waterfalls"][/caption]

ช่วงหยุดปีใหม่ 2550 ที่ผ่านมา ผมดูหนังเรื่อง up ในเรื่องมีการพูดถึง น้ำตกสรวงสวรรค์ ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามมาก จึงเกิดความอยากไปเที่ยวน้ำตกขึ้นมา แต่ว่านั่นมันในหนัง :-) ความเป็นจริง ยังมีน้ำตกอยู่ที่หนึ่ง ที่ผมเคยผ่านไป ผ่านมา ไม่เคยเข้าไปแวะชม นั่นคือ น้ำตกหมอกฟ้า เส้นทาง แม่มาลัย ปาย

วันนั้นเป็นวันหยุด ผมได้นัดกับเพื่อนไว้ ตอน 10  โมงเช้า แต่พอถึงวันจะไปจริง กลับต้องมีประชุม สหกรณ์ อ้าว  พอเลิกประชุม เกือบเที่ยงวัน ผมโทรหาเพื่อน ออกเิิดินทางทันที  ระหว่างทาง ความจริง ถ้าไปตามเส้นทาง ตรง ๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็น่าจะถึงแล้ว แต่ผมกับเพื่อน ชอบเดินทาง ...</description>
		<link>http://www.zapalanna.com/blog/?p=204</link>
			</item>
	<item>
		<title>ผลไม้ป่า (นมแมว)</title>
		<description>หลายปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวป่า ใน จังหวัดเชียงใหม่ กับพ่อ ตอนนั้น พ่อชี้ให้ดูผลไม้แปลก ๆ ชนิดหนึ่ง มันมีสีแดง รวมตัวกันเป็นกระจุกคล้าย ๆ นมแมว สามารถกินได้  เรียกว่า นมแมว ทางภาคอีสานเรียกว่า กล้วยป่า

เป็นต้นไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก ปกติจะพบออกผล ประมาณ เดือน พฤษภาคม ถึง มิถุนายน ผลดิบ จะมีสีเขียว เมื่อแก่ขึ้นจะมีสีหลือง ถ้าสุกจะมีสีแดงรสชาติ ถ้าสีเหลือง จะออกฝาดนิด ๆ สีแดงจะหวาน เมล็ดมีสีดำ

ถ้าคุณนึกภาพไม่ออก ลองดูรูปครับ

[nggallery id=8] </description>
		<link>http://www.zapalanna.com/blog/?p=174</link>
			</item>
	<item>
		<title>หยาดน้ำค้าง</title>
		<description>หยาดน้ำค้าง

ครั้งหนึ่งตอนหน้าหนาว ที่เชียงใหม่ ตามทุ่งนา ผมเคยเห็น ดอกหญ้าชนิดหนึ่ง มีสีแดง มีขนเล็ก ๆ ทั่วทั้งดอก ตรงปลายขน มีหยดน้ำเล็ก ๆ เกาะอยู่ คล้ายหยดน้ำที่ค้างอยู่ เมื่อจับดูจะรู้สึกเหนียว ๆ ผมพึ่งรู้ว่า สิ่งที่เคยได้สำผัสนั้น มันคือ พืชกินแมลงชนิดหนึ่ง ฝรั่งเขาเรียก sundew  หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า หยาดน้ำค้าง ชื่อนี้ช่างไพเราะเสียจริง  ดีที่มันไม่กัดมือ อิ ๆ


วิธีการจับแมลง
หยดน้ำค้าง เหนียว ๆ คล้ายกาว ที่ติดตามขนของดอกไม้ชนิดนี้ คือ น้ำเหนียว ๆ ไว้ดักจับแมลงตัวเล็ก ๆให้มาติดตามขน แล้วก็หนีไม่ได้ เมื่อแมลงตาย มันก็จะย่อยสลายแมลงกินเป็นอาหาร

พื้นฐาน
ฤดูกาลที่พบ พืชชนิดนี้เขาบอกว่า ปกติจะเจริญเติบโตในช่วงฤดูฝน แต่ผมก็เห็น ทุกฤดู แต่มีไม่ค่อยมากเท่าฤดูฝน สภาพพื้นดิน ที่พืชชนิดนี้ขึ้นอยู่ คือ ดินเหนียวปนทราย มีน้ำซึมหรือซื้นแฉะ ...</description>
		<link>http://www.zapalanna.com/blog/?p=137</link>
			</item>
	<item>
		<title>วังบัวบาน (เชียงใหม่)</title>
		<description>

[caption id="attachment_125" align="alignleft" width="300" caption="วังบัวบาน"][/caption]

โอ้วัง.บัวบาน เป็นสุสาน
รักของสาวเชียงใหม่
เธอถูกรักลวง จึงอำลาโลกไป
เธอถูกคนใจร้าย
หลอกให้เธอนั้นเฝ้าคอย... 
สมัยเป็นเด็ก ๆ ผมเคยได้ฟังเพลงนี้ จากวิทยุ บ่อย ๆ เป็น บทเพลงที่ร้องโดยคุณสายันห์ สัญญา กล่าวถึงสาวเชียงใหม่ ที่กระโดดผา เพื่อสังเวยความรักที่ถูกหลอกลวง  ความจริง เรื่องนี้มีการพูดถึงหลายกระแส เหมือนกัน บ้างก็ว่า ฆ่าตัวตายบ้าง หรือ พลัดตกลงไปเอง หรือไม่ก็กระโดดลงไปเอง ซึ่งจะเป็นยังไงนั้น ถ้าใครสนใจ ก็ลองค้นจาก Google เอาละกันนะครับ

วันนี้ ผมจะไปตามรอยดูหน้าผา กันดีกว่าสถานที่อาจจะไม่สวยงาม แต่แฝงไปด้วยความรู้จากธรรมชาติครับ  เส้นทาง ขึ้นดอยสุเทพ เลยน้ำตกมณฑาธาร ไปสักนิดหนึ่ง จะพบกับป้ายบอกข้างทางว่า วังบัวบาน บรรยากาศที่นี่ ก็เหมือนน้ำตกทั่ว ๆ ไปครับ อากาศเย็นสบาย ลมพัดแรงดี เพราะเป็นช่องเขาให้ลมผ่านได้ เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ...</description>
		<link>http://www.zapalanna.com/blog/?p=120</link>
			</item>
</channel>
</rss>
